อุตส่าห์ไหว้สำนึกคิดว่าจบ สองแถวซ่าเจอฟัน3ข้อหา

หนุ่มใหญ่โชเฟอร์สองแถวเซ็ง อุตส่าห์ไหว้ขอโทษลุงเพื่อนร่วมอาชีพ นึกว่าจะจบเรื่อง เจอตำรวจแจ้งผิด 3 ข้อหา กรณีคลิปโมโหถูกแย่งลูกค้า คว้าขวดเบียร์ขู่จะฟาด จากกรณี เฟซบุ๊กเผยแพร่คลิปภาพการทะเลาะวิวาทพร้อมระบุว่า “ไม่รู้ทะเลาะเรื่องอะไรกัน”แต่ได้ระบุพิกัดอยู่ในบริเวณสี่แยกเดชาติวงศ์ ถนนสวรรค์วิถี อ.เมืองนครสวรรค์ เป็นเหตุการณ์ของโชเฟอร์รถสองแถว 2 ราย มีปากเสียงกันอย่างดุเดือด

โดยชายวัยกลางคนยืนพูดคุยกับชายสูงวัยที่นั่งอยู่เบาะฝั่งคนขับในรถสองแถวสีแดง สายโกรกพระ-นครสวรรค์ ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว จากนั้นชายสวมหมวกก็เดินไปที่รถกระบะสองแถวอีกคัน สีขาว สายวัดไทรใต้-ตลาดใต้ แล้วหยิบขวดเบียร์ตรงดิ่งไปหาคู่กรณีอีกครั้ง พร้อมข่มขู่ด้วยการจะตีใส่ ท่ามกลางสายตาผู้คน ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 5 ต.ค. ที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ ร.ต.อ.ศุภวิชญ์ เขียวพุ่มพวง รอง สว.จร.สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้นำคนขับรถสองแถวทั้ง 2 ฝ่ายมาสอบปากคำทราบชื่อคือ นายวรเทพ อาจเอื้อ อายุ 60 ปี โชเฟอร์รถสองแถวสีแดง สายโกรกพระ-นครสวรรค์ และนายวันชัย เพ็ชรโสภณ อายุ 54 ปี โชเฟอร์รถสองแถวสีขาว สายวัดไทรใต้-ตลาดใต้ 
นายวรเทพ เปิดเผยว่า ตนรับผู้โดยสารกลุ่มหนึ่งมาจอดส่งยังจุดเกิดเหตุ จู่ๆนายวันชัยที่ขับรถสองแถวสีขาว ก็ตรงดิ่งมาด่าทอกล่าวหาว่าตนแย่งผู้โดยสารกลุ่มนั้น รวมทั้งต้องการจะเอาค่าโดยสารด้วย พอไม่ยอมเราก็เลยทะเลาะกัน ซึ่งตนถูกนายวันชัยชกหน้า 2 ครั้ง แต่ยังดีที่เขาไม่ฟาดขวดเบียร์ใส่  ด้านนายวันชัย ให้การว่า ยอมรับว่าผิด แต่โกรธที่ถูกแย่งรับผู้โดยสาร เป็นเรื่องไม่เหมาะสมเพราะรถสองแถวของนายวรเทพต้องรับคนแค่ อ.เมืองนครสวรรค์ – อ.โกรกพระ ไม่เหมาะสมที่จะมาแย่งรับคนในเขตพื้นที่ตน รายได้ปัจจุบันนี้ก็แย่ยังมาเจอเรื่องแบบนี้ ทำให้เกิดความโมโหขาดสติ ยืนยันว่าเป็นแค่ขวดเปล่าเก็บไว้นานแล้ว ปกติไม่เคยดื่มระหว่างขับรถเลย จากนั้นนายวันชัยได้ยกมือไหว้ขอโทษนายวรเทพต่อหน้าตำรวจ เพื่อขอให้เลิกแล้วต่อกัน ต่อมาตำรวจตรวจวัดแอลกอฮอล์ในร่างกายของนายวันชัย พบว่ามีแอลกอฮอล์กว่า 40 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรอีกฉบับหนึ่ง  คือห้ามพนักงานขับรถโดยสารดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระหว่างขับเด็ดขาด จึงแจ้ง 3 ข้อหาคือ 1.ขับรถแสดงกิริยารังแกผู้ขับรถคันอื่น 2.เสพของมึนเมาในขณะขับรถ และ3.ปฏิบัติหน้าที่ขับรถในระหว่างที่ใบอนุญาตถูกยึด. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews