ก.เกษตรฯ เร่งตรวจสอบบริษัทอ้างรับเงินยูเอ็นหลอกกู้

กระทรวงเกษตรฯ ชี้แจงบริษัทเอกชนอ้างได้รับเงินจากยูเอ็นเข้าข่ายฉ้อโกงหลอกลวงเกษตรกรในโครงการเกษตรพันธสัญญา สั่งเร่งตรวจสอบเอกสารตั้งแต่วันพรุ่งนี้เพื่อดำเนินการต่อไป

นายพีรพันธ์ คอทอง ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่มีกระแสข่าวเครือข่ายบริษัทแห่งหนึ่งอ้างว่ามีเงินทุนจากยูเอ็นและธนาคารโลกให้เกษตรกรที่สมัครเป็นสมาชิกโครงการเกษตรพันธสัญญากับบริษัทกว่า 60,000 คน กู้ยืม แต่ยังไม่มีใครได้เงิน รวมทั้งอาศัยช่วงเวลาข้าวราคาตกชักชวนผู้ค้าข้าวและชาวนากว่า 300 ราย ว่าจะรับซื้อข้าวราคาสูง สร้างความเสียหายกว่า 23 ล้านบาท มีลักษณะเข้าข่ายการกระทำผิดฐานฉ้อโกงประชาชนนั้น

สำนักงานเลขานุการ คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา (สลพ.) ได้ตรวจสอบและประสานกับสำนักบริหารกองทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและรับเรื่องร้องเรียน (สกร.) แล้วสรุปข้อเท็จจริงได้ดังนี้ 1.สกร.เคยรับเรื่องร้องเรียนจากประธาน กรรมการบริหารบริษัท ไชน่าอินเตอร์คอร์ปอเรชั่น จากัด และที่ปรึกษาสหกรณ์การเกษตร วัน วัน วัน จำกัด ขอให้แจ้งเตือนและตรวจสอบกรณีบริษัท พันปี กรุ๊ปฯ ผิดข้อตกลงสัญญาซื้อขายข้าวและมีพฤติกรรมหลอกลวงฉ้อโกงสมาชิกสหกรณ์การเกษตรฯ และเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (สป.กษ.) ได้ส่งเรื่องให้กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ และกรมส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อแจ้งเตือนเกษตรกรและองค์กรเกษตรกรให้ระมัดระวัง รวมทั้งแจ้งสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสุรินทร์เพื่อทราบเป็นข้อมูลในการประสานงานติดตามความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว อีกทั้งได้รับแจ้งจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.สุรินทร์ และกองบัญชาการตำรวจสันติบาล ว่า นายพิชย์พิพรรธ ศรีตระกูลรักษ์ หรือพันปี หรือปีเตอร์ และทีมงาน เคยถูกศาลออกหมายจับคดีฉ้อโกงหลายพื้นที่ โดยขณะนี้อยู่ระหว่าง สป.กษ. ส่งเรื่องให้กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมประมง และกรมปศุสัตว์ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาดำเนินการต่อไป

นายพีรพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวทางการดำเนินการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหานี้นั้น ได้มีหนังสือแจ้งไปยังบริษัทฯ ให้จัดส่งสำเนาเอกสารสำหรับการชี้ชวนและร่างสัญญาของบริษัทฯ ที่ใช้ในการทำสัญญาส่งเสริมกับเกษตรกร เพื่อตรวจสอบรายละเอียดเงื่อนไขของสัญญา รวมทั้งแจ้งให้เกษตรและสหกรณ์จังหวัดตรวจสอบข้อมูลจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการกับบริษัทฯ ในพื้นที่ว่ามีการทำสัญญาหรือไม่อย่างไร และมีรายละเอียดอะไรบ้าง เนื่องจากบริษัทฯ ได้ส่งข้อมูลเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการให้ สลพ.แล้ว และหากบริษัทฯ มีการเข้าทำสัญญา โดยไม่มีการจัดทำเอกสารสำหรับการชี้ชวนก็จะมีโทษปรับไม่เกิน 300,000 บาท ตลอดจนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบข้อกล่าวอ้างของบริษัทฯ เกี่ยวกับการสนับสนุนเงินทุนจากยูเอ็นว่าเป็นความจริงหรือเป็นความเท็จประการใด พร้อมทั้งกำกับ ดูแล ติดตามการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ และการทำสัญญาระหว่าง บริษัทฯ กับเกษตรกรอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกร นอกจากนี้ จะทำการแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทฯ หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าบริษัทฯ มีความผิดตามกฎหมาย ล่าสุดพบฐานความผิดใน 5 จังหวัด คือ สุรินทร์ เลย สกลนคร บึงกาฬ และอุบลราชธานี โดยพรุ่งนี้ (11 พ.ค.) จะสั่งเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบต่อไป.-สำนักข่าวไทย

2.บริษัท พันปี กรุ๊ป(ไทย ลาว กัมพูชา จำกัด) ได้แจ้งการประกอบธุรกิจในระบบเกษตรพันธสัญญาต่อ สป.กษ. โดยมีผลเป็นการแจ้งการประกอบธุรกิจตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2561 อย่างไรก็ตาม ยังไม่ปรากฏข้อมูลว่าบริษัทดังกล่าวได้ทำสัญญาในระบบเกษตรพันธสัญญา เนื่องจากยังไม่ปรากฏว่ามีการจัดส่งสำเนาเอกสารสำหรับการชี้ชวนให้ สป.กษ. ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตร (บริษัทฯ) ต้องจัดส่งภายใน 30 วัน หลังจากที่มีการทำสัญญาครั้งแรกตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดส่งและเก็บรักษาเอกสารสำหรับการชี้ชวนเกษตรกรในระบบเกษตรพันธสัญญา ทั้งนี้ ข้อกฎหมายระบุว่ากรณีที่บริษัทฯ มีเจตนาทุจริตหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ ทำให้เกษตรกรเข้าทำสัญญากับบริษัทฯ ทำเอกสารสิทธิ์ การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 และเมื่อการกระทำดังกล่าวได้ทำต่อประชาชน จึงมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ซึ่งเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน

นอกจากนี้ การกระทำของบริษัท พันปี กรุ๊ปตามที่ปรากฏตามสื่อออนไลน์ต่าง ๆ เป็นการกระทำที่มีลักษณะทุจริตหรือหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550

นายพีรพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวทางการดำเนินการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหานี้นั้น ได้มีหนังสือแจ้งไปยังบริษัทฯ ให้จัดส่งสำเนาเอกสารสำหรับการชี้ชวนและร่างสัญญาของบริษัทฯ ที่ใช้ในการทำสัญญาส่งเสริมกับเกษตรกร เพื่อตรวจสอบรายละเอียดเงื่อนไขของสัญญา รวมทั้งแจ้งให้เกษตรและสหกรณ์จังหวัดตรวจสอบข้อมูลจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการกับบริษัทฯ ในพื้นที่ว่ามีการทำสัญญาหรือไม่อย่างไร และมีรายละเอียดอะไรบ้าง เนื่องจากบริษัทฯ ได้ส่งข้อมูลเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการให้ สลพ.แล้ว และหากบริษัทฯ มีการเข้าทำสัญญา โดยไม่มีการจัดทำเอกสารสำหรับการชี้ชวนก็จะมีโทษปรับไม่เกิน 300,000 บาท ตลอดจนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบข้อกล่าวอ้างของบริษัทฯ เกี่ยวกับการสนับสนุนเงินทุนจากยูเอ็นว่าเป็นความจริงหรือเป็นความเท็จประการใด พร้อมทั้งกำกับ ดูแล ติดตามการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ และการทำสัญญาระหว่าง บริษัทฯ กับเกษตรกรอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกร นอกจากนี้ จะทำการแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทฯ หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าบริษัทฯ มีความผิดตามกฎหมาย ล่าสุดพบฐานความผิดใน 5 จังหวัด คือ สุรินทร์ เลย สกลนคร บึงกาฬ และอุบลราชธานี โดยพรุ่งนี้ (11 พ.ค.) จะสั่งเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบต่อไป.-สำนักข่าวไทย